| หลักในการหลีกเลี่ยงและป้องกันการติดสิ่งเสพย์ติด |
| 1. เชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ ครู และคนอื่นๆ ที่น่านับถือและหวังดี |
| 2. เมื่อมีปัญหาควรปรึกษาครอบครัว ครู หรือผู้ใหญ่ที่น่านับถือ ไม่ควรเก็บปัญหานั้นไว้หรือหาทางลืมปัญหาโดยใช้สิ่งเสพย์ติดช่วยหรือ ใช้เพื่อเป็นการประชด |
| 3. หลีกเลี่ยงให้ห่างไกลจากผู้ติดสิ่งเสพย์ติด หรือผู้จำหน่ายสิ่งเสพย์ติด |
| 4. ถ้าพบคนกำลังเสพสิ่งเสพย์ติด หรือจำหน่ายให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ |
| 5. ศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของสิ่งเสพย์ติด เพื่อจะได้ป้องกันตัวและผู้ใกล้ชิดให้ห่างจากสิ่งเสพติด |
| 6. ต้องไม่ให้ความร่วมมือเข้าไปเกี่ยวข้องกับเพื่อนที่ติดสิ่งเสพย์ติด เช่นไม่ให้ยืมเงิน |
| 7. ไม่หลงเชื่อคำชักชวนโฆษณา หรือคำแนะนำใดๆ หรือแสดงความเก่งกล้าเกี่ยวกับการเสพสิ่งเสพย์ติด |
| 8. ไม่ใช้ยาอันตรายทุกชนิดโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ และใช้ยาที่แพทย์แนะนำ ้ตามขนาดที่แพทย์สั่งไว้เท่านั้น |
| 9. หากสงสัยว่าตนเองจะติดสิ่งเสพย์ติดต้องรีบแจ้งให้ผู้ใหญ่ทราบ |
| 10. ยึดมั่นในหลักธรรมของศาสนา หรือคำสอนของศาสนาทุกศาสนา เพราะทุกศาสนามีจุดมุ่งหมายให้บุคคลประพฤติ แต่สิ่งดีงามและละเว้นความชั่ว |
วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
10 ประการห่างไกลยาเสพติด
วิธีปฏิเสธ
| ก. พูดว่า "ไม่ล่ะ ขอบคุณ" |
| "ดื่มอะไรหน่อยมั้ย" "ไม่ล่ะ ขอบคุณ" |
| ข. ให้เหตุผลหรือข้อแก้ตัว |
| "ดื่มเบียร์มั้ย" "ไม่ ขอบคุณ ฉันไม่ดื่มเบียร์" |
| ค. กล่าวคำปฏิเสธซ้ำ หรือ พูดคำว่าไม่ตลอด (แบบแผ่นเสียงตกร่อง) |
| "อยากลองซักเม็ดหนึ่งไหม" "ไม่" "ลองดูหน่อยน่า" "ไม่" "ลองดูเถอะ" "ไม่" |
| ง. เดินหนีไป |
| "ฉันมีบุหรี่" "อยากได้ซักมวนมั้ย" ปฏิเสธและเดินหนีในขณะที่พูด |
| จ. เปลี่ยนเรื่องคุย |
| "มาสูบกัญชากันเถอะ" " ไม่ล่ะ ไปดูวีดีโอม้วนใหม่ที่บ้านฉันดีกว่า" |
| ฉ. หลีกเลี่ยงสถานการณ์ |
| ถ้านักเรียนรู้จักสถานที่ที่คนเสพยาชอบไปมั่วสุมบ่อย ๆ ให้อยู่ห่าง ๆ จากที่นั่น ถ้าต้องผ่านสถานที่นั้นตอนกลับบ้าน ให้เลี่ยงไปทางอื่น |
| ช. เมินเฉย ไม่สนใจ |
| "นี่ อยากสูบไหม" ให้ทำเฉย ๆ ไม่ต้องสนใจผู้พูด |
| ซ. อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม |
| ให้อยู่ในกลุ่มคนที่ไม่ใช้ยาเสพติด โดยเฉพาะในที่ที่คาดว่าจะมีการใช้ยาเสพติด (กลุ่มนักเรียนสามารถช่วยได้ด้วยการปฏิเสธคำชวน) |
การแก้ปัญหายาเสพติด
๑. การติดยา เป็นปัญหาหนัก ของสังคมปัจจุบัน บรรดาผู้ติดยาเหล่านี้ ในครั้งแรกอาจใช้ จากสาเหตุหลายอย่าง เช่น เพื่อนชักชวน การอยากลอง อยากมีประสบการณ์แปลกๆ รักสนุก หรือปัญหาครอบครัว เป็นต้น เมื่อตกอยู่ภายใต้อิทธิพล ของสารเสพย์ติดเหล่านี้ ผู้ใช้จะมีความรู้สึก เคลิบเคลิ้มเหมือนว่า อยู่ในอีกโลกหนึ่ง ที่แตกต่างจากโลกที่เคยพบ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่ ความรู้สึกชั่วคราว ที่เกิดจากฤทธิ์ของยา ซึ่งจะหายไป เมื่อยาหมดฤทธิ์ ดังนั้นในขณะที่ใช้ยา จึงมักขาดสติ เหตุผล และความยั้งคิด และอาจก่อเรื่อง ที่จะต้องเสียใจในภายหลัง หรือแม้กระทั่งเรื่อง ที่ไม่มีโอกาสเสียใจอีกเลย ผู้ที่ติดยาจึงเปรียบเหมือน ระเบิดเวลา ที่อาจจะระเบิดออกมา เมื่อไรก็ได้ เมื่อระเบิดแล้วก็ก่อปัญหา ทั้งต่อตัวเองและสังคม |
๒. การใช้ยาเสพย์ติด ส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพล มาจากวัฒนธรรม และสังคมต่างประเทศ โดยเฉพาะ ในกรณีของยาอี และยาเค ดังนั้นครอบครัว จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะปลูกฝัง ภูมิคุ้มกันยาเสพย์ติด ให้แก่เยาวชนของชาติ หมั่นสอดส่องดูแล ให้ความเข้าใจ และความอบอุ่น แก่บุตรหลานของท่าน เสียแต่วันนี้ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียใจ และต้องสอดส่องดูแล บุตรหลานของท่าน ภายใต้มาตรการ ของกฎหมายในวันหน้า |
๓. ในส่วนของตัวเยาวชนเอง ต้องรู้จักการยับยั้งชั่งใจ รู้จักปฏิเสธ หรือพูดคำว่า “ไม่” เมื่อถูกชักชวน ให้ทดลองเสพย์ยา และต้องไม่หลงไหลได้ปลื้ม ไปกับวัฒนธรรม ของคนต่างชาติ ซึ่งมีแนวความคิด ขนบธรรมเนียม และประเพณี แตกต่างจากคนไทย การใช้เวลาว่างให้ถูกต้อง โดยการเล่นกีฬา ดนตรี หรือแสวงหา ความรู้เพิ่มเติมนั้น ดีกว่าการเที่ยวรักสนุก หรือการไฝ่หาทดลอง ประสบการณ์แปลกๆ จิตใจที่เข้มแข็งมั่นคง เป็นเหมือนเกราะป้องกัน การแทรกซึม จากภัยของยาเสพย์ติด |
๔. การประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ความรู้ เรื่องพิษภัยของยาเสพย์ติด คงจะเป็น อีกมาตรการหนึ่ง ที่ช่วยสร้างความเข้าใจ ที่ถูกต้องแก่เยาวชนได้ การจัดค่ายอบรม เรื่องยาเสพย์ติด การจัดรายการประจำ ทางสื่อวิทยุโทรทัศน์ และคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ นิตยสารและสิ่งพิมพ์ต่างๆ ตลอดจน การให้ความรู้ ทางสื่ออื่นๆ น่าจะเป็นวิถีทาง ที่เร่งเร้าจิตสำนึก ของคนไทยให้ช่วยกัน ขจัดปัญหายาเสพย์ติด อีกประการที่สำคัญ คือผู้รับผิดชอบกำกับดูแล มาตรการทางกฎหมายและสังคม คงจะต้องทำหน้าที่ อย่างเคร่งครัด และมีประสิทธิภาพ และต้องยอมรับกันว่า การแก้ปัญหา ที่ปลายเหตุคือผู้เสพย์ยา แต่เพียงอย่างเดียว ไม่น่าเป็นหนทางแก้ปัญหา ที่มีประสิทธิภาพ การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ซึ่งได้แก่การลักลอบผลิต และจำหน่าย จะช่วยส่งเสริมให้ การแก้ปัญหา ได้ผลอย่างถาวร การร่วมมือร่วมใจ ระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย คงจะเป็นนิมิตรหมายอันดี ที่นำไปสู่การแก้ปัญหา อย่างมีประสิทธิภาพ การปัดปัญหา ออกจากตัว หรือการเอาแต่ ตำหนิซึ่งกันและกัน รังแต่จะชะลอปัญหา ให้คั่งค้างหมักหมม จนหนักหนาสาหัส เกินแก้ไขในที่สุด |
สภาพปัญหายาเสพติดในประเทศไทย
ประเทศไทยประสบกับปัญหายาเสพติดทั้งในด้านการเป็นพื้นที่ผลิต การเป็นพื้นที่การค้า การเป็นพื้นที่แพร่ระบาด และการเป็นทางผ่านยาเสพติด โดยมีตัวยาหลักที่ประสบปัญหาคือ ฝิ่น เฮโรอีน กัญชา ยาบ้า สารระเหย โคเคน เอ็คซ์ตาซี่ และสารเสพติดประเภทวัตถุออกฤทธิ์บางชนิด |
การเป็นพื้นที่ผลิต |
เนื่องจากประเทศไทย มีส่วนที่ติดกับพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตยาเสพติดที่สำคัญของโลกแห่งหนึ่ง จึงทำให้ไทยมีส่วนในการผลิตยาเสพติดประเภทฝิ่น และเฮโรอีน ซึ่งผลิตมากในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ นอกจากนั้นแล้ว ในปัจจุบันยังมีการผลิตยาบ้า ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำด้วย ยาเสพติดที่มีการผลิตในประเทศไทยอีกชนิดหนึ่ง คือ กัญชา ซึ่งมีมากในภาคอีสาน อย่างไรก็ตาม สำหรับการเป็นแหล่งผลิตของประเทศไทยนั้น ในปัจจุบันได้ลดปริมาณลงอย่างมาก โดยเฉพาะฝิ่น เฮโรอีน และกัญชา จนอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ ในส่วนของการผลิตยาบ้า ได้มีการย้ายแหล่งผลิตไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านเป็นส่วนใหญ่ |
การเป็นพื้นที่การค้า |
ประเทศไทยมีการค้ายาเสพติดที่สำคัญ 3 ชนิด คือ การค้าเฮโรอีน การค้ากัญชา การค้ายาบ้า |
การค้าเฮโรอีน กระจายอยู่บริเวณพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย บริเวณที่ติดกับสามเหลี่ยมทองคำ พื้นที่ กทม. ภาคใต้ และข่ายงานต่างประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงกับข่ายงานภายในประเทศ รวมทั้งชนกลุ่มน้อยในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ เฮโรอีนส่วนใหญ่ จะถูกลำเลียงไปยังต่างประเทศ แต่บางส่วนจำหน่ายในตลาดภายในประเทศไทย ในปัจจุบัน เครือข่ายการค้าเฮโรอีน ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมและทำลายลงได้หลายเครือข่าย บางกลุ่มหยุดดำเนินการ บางกลุ่มไปค้ายาบ้าแทน |
การค้ากัญชา อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กทม. ภาคใต้พื้นที่ดำเนินการส่วนใหญ่อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กัญชาที่รวบรวมได้จะส่งออกไปต่างประเทศเป็นหลักปัจจุบันกล่าวได้ว่าการค้ากัญชาลดน้อยลงมาก กลุ่มผู้ค้าจะไปดำเนินการในประเทศเพื่อนบ้าน การค้าในประเทศส่วนใหญ่เพื่อใช้เสพภายในประเทศ |
การค้ายาบ้า ยาบ้าได้แพร่กระจายอยู่ในทุกภูมิภาค ผู้ค้ามีกระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆตั้งแต่ระดับรายใหญ่ ระดับกลาง และระดับย่อยในพื้นที่แพร่ระบาด เครือข่ายการค้ายาบ้า ไม่มีการจัดองค์กรที่ชัดเจนเหมือนกับเฮโรอีนและกัญชา แม้แต่นักค้ารายย่อยบางครั้ง ก็สามารถไปจัดหายาเสพติดจากพื้นที่ผลิต บริเวณสามเหลี่ยมทองคำครั้งละเป็นปริมาณมากได้ |
การเป็นพื้นที่แพร่ระบาด |
ยาเสพติดที่แพร่ระบาดในประเทศไทย ประกอบด้วย ฝิ่น เฮโรอีน กัญชา ยาบ้า สารระเหย โคเคน ยาอี และวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทบางชนิด เช่น จำพวกยานอนหลับ อย่างไรก็ตาม กล่าวสำหรับการแพร่ระบาดแล้ว ตัวยาหลักคือ ฝิ่น เฮโรอีน กัญชา ยาบ้า สารระเหย โคเคน เอ็คซ์ตาซี่ ยาเค โดยฝิ่นและเฮโรอีน เคยเป็นยาเสพติด ที่แพร่ระบาดรุนแรงในอดีต แต่ปัจจุบันลดระดับลง ฝิ่นคงมีแพร่ระบาดเฉพาะกลุ่มชาวเขา เฮโรอีนแพร่ระบาดในกลุ่มเสพเดิม ตัวยาที่แพร่ระบาดมาก และมีปัญหาในระดับรุนแรง คือ ยาบ้า ซึ่งแพร่กระจายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน นักเรียนนักศึกษา สำหรับโคเคน เอ็คซ์ตาซี่ และยาเค การแพร่ระบาดจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มเยาวชน ผู้ใช้ในสถานบันเทิง และกลุ่มวัยรุ่มที่ฐานะดี ส่วนสารระเหย จะแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กนอก สถานศึกษา ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ |
การเป็นทางผ่านยาเสพติด |
การที่ประเทศไทยมีส่วนที่ติดกับสามเหลี่ยมทองคำ และการคมนาคมภายในประเทศมีความสะดวก โดยเฉพาะการขนส่งทางบกและทางอากาศ จึงมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ทั้งที่ภายในประเทศและไปต่างประเทศ โดยเฉพาะการลักลอบลำเลียงเฮโรอีนไปต่างประเทศ เช่น อเมริกา ออสเตรเลีย และยุโรป นอกจากนั้นแล้ว ยังมีการลักลอบเลียงกัญชาจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือมายังกรุงเทพฯ ส่งไปต่างประเทศ โดยทางเรือหรือส่งลงทางใต้ไปยังประเทศมาเลเซีย และต่อไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น อเมริกา และประเทศในยุโรป บางประเทศ |
" อะไรคือวัตถุเสพติด "
คุณเคยเห็นป้ายตามถนนต่าง ๆ ที่เขียนไว้ว่า “ ยาเสพย์ติดอันตราย…คนขายติดคุก” คำกล่าวเขียนเพื่อให้เห็นว่ายาเสพย์ติดเป็นอันตรายต่อทุกคน ดังนั้น จึงควรให้ท่านได้ทราบถึง “ความรู้เกี่ยวกับยาเสพย์ติด” เพื่อจะช่วยให้สังคมอยู่รอดปลอดภัยจากยาเสพย์ติดอันตราย ประกอบด้วย |
“ยาเสพย์ติด” หมายถึง สารเคมีหรือวัตถุชนิดใด ๆ ซึ่งเมื่อเสพเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าจะโดยรับประทาน ดม สูบ ฉีด หรือด้วยประการใด ๆ แล้วทำให้เกิดผลต่อร่างกายและจิตใจในลักษณะสำคัญ เช่น ต้องเพิ่มการเสพมากขึ้น มีอาการถอนยาเมื่อขาดยา มีความต้องการเสพทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรงตลอดเวลา ทำให้สุขภาพทั่วไปทรุดโทรมรวมตลอดถึงพืชหรือส่วนของพืชที่เป็นผลผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษหรืออาจใช้ผลิตเป็นยาเสพติดให้โทษ และสารเคมีที่ใช้ในการผลิตยาเสพย์ติดให้โทษด้วย ทั้งนี้ตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา |
ตัวอย่าง ที่จัดเป็นยาเสพย์ติดให้โทษตามกฎหมาย ได้แก่ เฮโรอิน แอมเฟตตามีน และ อนุพันธ์บางตัว เช่น ฝิ่น กัญชา มอร์ฟีน และ เมทาโดน |
วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท หมายถึง วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิต/ประสาทที่เป็นสิ่งธรรมชาติหรือที่ได้จากสิ่งธรรมชาติ หรือเป็นวัตถุสังเคราะห์ ตามรัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา |
ตัวอย่าง ที่จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ตามกฎหมาย ได้แก่ ไดอาซีแพม (แวเลี่ยม) เพนโตบาร์บิตาล ยาลดความอ้วนบางตัว ยานอนหลับและยาคลายกังวลสารระเหยหมายถึงสารเคมีหรือผลิตภัณฑ์ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรัฐมนตรีว่า การกระทรวงอุตสาหกรรมประกาศว่าเป็น “สารระเหย” |
ตัวอย่าง ที่จัดเป็นสารระเหยตามกฎหมาย ได้แก่ ทินเนอร์ แลคเกอร์ กาวอินทรีย์ธรรมชาติ กาวอินทรีย์สังเคราะห์ ลูกโป่งวิทยาศาสตร์ ฯลฯ |
เมื่อท่านได้ทราบว่าอะไรคือ “วัตถุเสพย์ติด” ขอได้โปรดหลีกเลี่ยงการใช้ที่จะทำให้เกิดการเสพติดได้ เช่น ไม่ใช้ยาลดความอ้วน ยานอนหลับ โดยไม่รับคำแนะนำจากแพทย์ ไม่เชื่อคำชักจูงจากบุคคลอื่นในการเสพสารเสพย์ติด โดยการทดลองและถ้าต้องทำงานที่ต้องสัมผัสกับสารเสพย์ติดต่างๆ เช่น สารระเหย ควรมีการป้องกันการสัมผัสถูกต้องผิวหนังและการสูดดมเข้าสู่ร่างกายได้ |
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับยาเสพติด
| ยาเสพติด คือสารใด ๆ ก็ตามที่ไม่ใช่อาหารซึ่งสามารถมีผลกระทบต่อการทำงานของร่างกายและจิตใจ ยาเสพติดแบบที่เรียกว่า ยาเปลี่ยนสภาพจิตใจสามารถเปลี่ยนความคิด ความรู้สึก และการกระทำของบุคคลได้ | |||||||||||
| ยาที่กระตุ้นร่างกายและการทำงานของสมองให้ทำงานเร็วขึ้น เรียกว่า ยากระตุ้นประสาท | |||||||||||
| ยาที่ทำให้ร่างกายและการทำงานของสมองช้าลง เรียกว่า ยากดประสาท | |||||||||||
| ยาที่ทำให้การมองเห็น ความรู้สึก และการได้ยินเปลี่ยนแปลงไป เรียกว่า ยาหลอนประสาท | |||||||||||
| ยาเปลี่ยนจิตใจที่เยาวชนมักใช้ในทางที่ผิด ได้แก่ | |||||||||||
| ๑. นิโคติน เป็นสารเสพติดอย่างแรง (สร้างนิสัย) ที่พบในบุหรี่ | |||||||||||
| นิโคตินเป็นยากระตุ้นประสาท ซึ่งเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ เป็นสาเหตุของหลอดเลือดอุดตัน และทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น | |||||||||||
| การสูบบุหรี่ทำให้ลมหายใจมีกลิ่นไม่สะอาด ฟันมีคราบ มือมีกลิ่นเหม็น และก่อให้เกิดโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และเสียชีวิตได้ โดยข้อเท็จจริงแล้ว การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของการตายที่เราสามารถยับยั้งป้องกันได้มากที่สุด | |||||||||||
| แม้แต่การสูดดมควันบุหรี่ผู้อื่นก็เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้ เรียกว่าเป็นการสูบบุหรี่ ทางอ้อม | |||||||||||
| ๒. สุรา เป็นยากดประสาท เมื่อนักเรียนดื่มสุรา สุราจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง ผ่านกระเพาะและลำไส้ การดื่มสุราสามารถก่อให้เกิด | |||||||||||
| - ความมึนเมา - สูญเสียการประสานงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย (ความสมดุล) - เพิ่มความรุนแรง (พฤติกรรมที่เป็นอันตราย) - ไม่สามารถเรียนรู้และจดจำได้ - บุคลิกภาพเปลี่ยนแปลง - เพิ่มอุบัติเหตุ - มีปัญหากับผู้อื่น | |||||||||||
| การดื่มสุราสามารถนำไปสู่การเสพติด (สร้างนิสัย) เป็นโรคร้ายและเสียชีวิตได้ | |||||||||||
| ๓. กัญชา เป็นยาเปลี่ยนสภาพจิตใจ คนที่สูบกัญชา มีลักษณะดังนี้ | |||||||||||
| - มีปฏิกิริยาตอบโต้ช้า - มีความจำไม่ดี - มีความสนใจเฉพาะในช่วงสั้น ๆ - คิดอะไรไม่ค่อยออก - มีความรู้สึกเปลี่ยนแปลงไปทั้งในเรื่องเวลาและพื้นที่ | |||||||||||
| นักเรียนที่เสพกัญชาอาจจะจำสิ่งที่เรียนไม่ค่อยได้ เชื่องช้า สมองทึบ ไม่มีความทะเยอทะยาน และอาจเสพติด | |||||||||||
|
ปัญหายาเสพติดของวัยรุ่น
ยาเสพติดเป็นปัญหาสังคมที่ยิ่งใหญ่ ที่ต้องการการแก้ไขอย่างจริงจัง และอย่างจริงใจ ของผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าท่านเป็นวัยรุ่นที่เลือกหัวข้อนี้ ขอบอกทันทีเลยว่า ท่านคือส่วนที่สำคัญที่สุดในการแก้ปัญหา ไม่มีใครที่ติดยาเสพติดโดยที่ตนเองไม่ยินยอมที่จะเสพ เพราะฉะนั้นคำว่า ไม่เริ่ม...ไม่ต้องเลิก ท่านต้องจำ 5 คำนี้ให้ดี คาถาปัองกันปัญหายาเสพติด ท่านทราบดีอยู่แล้วว่ายาเสพติดเป็นสิ่งไม่ดี ดังนั้นท่านต้องหัดปฏิเสธ ท่านต้องเจ้าเล่ห์เพทุบายในการหลบ หลีกเลี่ยงการลองยาเสพติด ที่เพื่อนรักของท่านนำมาให้หรือชักจูงท่านด้วยเหตุผลต่างๆ นาๆ ท่านสามารถที่จะบอกว่าท่านมีอาการแพ้สิ่งนั้นอย่างรุนแรง ท่านมีปอดและระบบทางเดินหายใจไม่ดี เสพที่ใด ไอจามทุกที นอนไม่หลับ สารพัดเหตุผลที่ท่านสามารถนำขึ้นมาพูดกับเพื่อนที่แสนที่จะไม่หวังดีต่อท่าน ถ้าท่านตั้งมั่นในดวงใจอยู่เสมอว่า ชั่วชีวิตนี้ท่านจะไม่ยอมติดยาเสพติดเป็นอันขาด |
ในโลกนี้มีสิ่งที่งดงามสนุกสนานอีกมากมาย ที่ท่านสามารถกระทำได้ โดยไม่ก่อให้เกิดการบั่นทอนสุขภาพร่างกาย และจิตใจของท่าน ท่านทราบดีอยู่แล้วถึงพิษภัยของของยาเสพติด เอ๊ะแล้วทำไมเพื่อนรักของท่านมาชวนท่านเสพยาเสพติด เพื่อนหวังดีกับท่านจริงหรือ เพื่อนมีอะไรซ่อนเร้นอยู่ในใจหรือเปล่า เพื่อนเป็นตัวอย่างที่ดีที่ท่านควรทำตามหรือไม่ เพื่อนอยู่ในวงจรอุบาทว์ที่ท่านควรคิดช่วยเขา แทนที่เพื่อนจะมาชวนท่านเสพ แล้วฉุดท่านเข้าไปอยู่ในวงจรอุบาทว์นั้นด้วย มันถูกต้องหรือนี่ การเล่นกีฬา เล่นดนตรี ร้องรำทำเพลง เที่ยวเตร่เพื่อความสนุกสนาน วาดรูป เล่นเกมส์ต่างๆ ท่องเที่ยวไปในโลกของอินเตอร์เนตในคอมพิวเตอร์ และกิจกรรมอีกมากมายที่จะนำความสุขมาสู่ตัวท่าน ท่านต้องรักตัวท่าน ท่านต้องไม่ทำให้คุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองของท่านเสียใจ โปรดเชื่อเถิดว่า เสพยาเสพติดไม่นานเกิน 1 ปีหรอก ร่างกายของท่านจะตกอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ การบำบัดรักษาให้เลิกยาเสพติดเป็นไปด้วยความยากลำบาก ถ้าท่านอยู่ในภาวะที่เศร้าโศกเสียใจและยังแก้ปัญหาในขณะนี้ไม่ได้ ยาเสพติดไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาของท่านอย่างแน่นอน ขอให้คิดให้ดีและขอให้ท่านโชคดีแก้ปัญหาให้ได้ |
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)